....ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อหลายทศวรรษที่ผ่านมา หากเอ่ยคำว่า คอมมิวนิสต์ ดูเหมือนจะเป็นคำที่มีความหมายถึงการกระทำอันเป็นปฏิปักต่อสถาบันหลักของชาติ ศาสน์ กษัตริย์....นิยามที่ถูกใช้เป็น
เครื่องมือของผู้กุมอำนาจรัฐในการสร้างความตื่นกลัวให้กับมวลชน..เป็นการพยายามควบคุมแนวคิดที่แตกต่างและหลากหลายเพื่อไม่ให้มีอำนาจต่อรองเทียบเท่ากับอำนาจของรัฐที่ปกครองแบบ
รวมศูนย์จากส่วนบนไปสู่ส่วนล่างในระดับรากหญ้า...ระบบคอมมิวนิสต์ เป็นหลักการที่คิดขึ้นมาโดยนักปรัชญาผู้มีชื่อเสียงคือ คาร์ล มาร์ก และ แองเกิล
...ในรูปแบบของทฤษฏีที่ว่าด้วยระบบการจัดตั้งเป็นองค์กรทางสังคมที่ปราศจากชนชั้น และการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ตั้งอยู่บนรากฐานของการเป็นเจ้าของร่วมกันในระบบการผลิตและกระจายผลประโยชน์...
..สหภาพโซเวียตเป็นประเทศแรกในโลกที่นำระบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์มาใช้และล่มสลายลงไปในเวลาเพียง 73 ปี
(1917-1990)...ในทางแถบเอเชียของเรานั้นประเทศจีนเ็ป็นค่ายใหญ่ของ
ลัทธินี้...หากจะพิจารณาโดยหลักการ แนวคิดแบบคอมมิวนิสต์ดูคล้ายโลกยุคพระศรีอาริย์ในความฝัน...ทุกอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันหมด....
แต่ในทางปฏิบัติ จริงๆแล้ว..หลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม..สิ่งเย้ายวนกิเลสมนุษย์อย่างอำนาจก็เข้ามามีบทบาท ท้าทายอุดมการณ์ที่เคยมี..ตามมาด้วยเงินทองสิ่งตอบแทน...อุดมการณ์เพื่อผู้ยากไร้เริ่มจางลงไปตามวันเวลา....
...จึงไม่แปลกที่จะพบว่าเมื่อถึงที่สุดแล้วผู้ที่มีอำนาจและตำแหน่งสูงส่งทางการเมืองของระบบนี้ก็มีพฤติกรรมที่ไม่แตกต่างไปจากนายทุนในระบบทุนนิยมเท่าใดนัก...แม้แต่พรรคคอมมิวนิสต์ของ
ประเทศจีนเอง ..ปัจจุบันก็เหลือแต่ชื่อ ส่วนพฤติกรรมนั้นดูจะออกไปในแนวของเผด็จการทุนนิยมเสียมากกว่าคงรูปแบบของ
คอมมิวนิสต์ทางทฤษฏี...