โซล-เมท

ประเทศไทย มีรัฐธรรมนูญมาจากการรัฐประหารโดยทหารตลอด ฉะนั้น ก็จะรัฐธรรมนูญเอื้อต่อระบบชนชั้นนำทหาร แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญ ปี 40

ที่กระแสของประชาชนให้มีการปฏิรูปการเมืองหลังพฤษภาทมิฬ ก็เป็นครั้งแรกที่มีการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศเพื่อหา สสร.เข้าไปร่างกฏหมาย ไม่แบบตอนนี้ที่แต่งตั้งคนกันเอง ทำให้

รัฐธรรมนูญ 40 เป็นรัฐธรรมนูญที่ภาคประชาชนแข็งแรง ในขณะเดียวกันก็ทำให้แนวระบบรัฐและชนชั้นนำทหารและกลุ่ม23;าชนิกุล/พวกขุนนางอำมาตย์ข้าราชการกำลังอ่อนแอลง ที่สำคัญ

รัฐธรรมนูญ 50 ไม่ควรรับ เพราะ เรื่องใหญ่ๆ 3 ข้อดังนี้

1. ที่มาของสส.แนวทางถอยหลัง จะทำให้ได้หลายๆพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีพรรคใหญ่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง จะมีการต่อรองในการร่วม

รัฐบาลสูง

2. ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะ สว. มีทั้งหมด 150 คน ภาคราชการเลือกมาให้ 74 คน ให้มีการเลือกตั้ง 76 คน ทำให้รัฐธรรมนูญบูดเบี้ยว คนแต่งตั้งจะมายกมือขับไล่คนเลือกตั้ง

3.กฏหมายเอื้อทหารทำการปฏิวัติ


11 CommentsChronological   Reverse   Threaded
cmgee wrote on Aug 8, '07
อยากทราบข้อดีของรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญปี 50 ครับ
rangsonaon wrote on Aug 8, '07, edited on Aug 8, '07
...รบกวน ขึ้นไปอ่านข้างบน หรืออ่านข้างล่างใหม่อีกครั้งครับ...
rangsonaon wrote on Aug 8, '07, edited on Aug 8, '07
สรุปข้อสังเกต และข้อผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชน ในการลงประชามติ ร่าง รธน.2550

แม้ ร่าง รธน.ปี 50 มีข้อดีบางประการมากกว่า รธน.ปี 40 แต่ประเด็นต่อไปนี้ล้วนเป็นข้อด้อยและลิดรอนสิทธิ์ประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งจะสรุปดังนี้

หมวดที่ 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย
ส่วนที่3 หมวดสิทธิเสรีภาพ ผมถือว่าเป็นหมวดที่กระทบรุนแรงสุด คือ

1) มาตราที่29 ซึ่งเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จะทำมิได้ แต่ รธน.50นี้ ระบุตอนสำคัญว่า “ เว้นแต่โดยอาศัยบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น โดยตัดคำว่า “เท่านั้น” ออก เพราะ คมช. กำลังผลักดัน พรบ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ออกมาใช้ หาก รธน.50 และพรบ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ผ่านมติและประกาศใช้ ทหารจะคุมประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

2) มาตราที่32 เกี่ยวกับการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้าย จากเดิมยกเว้นเพียงโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาเท่านั้น แต่ของใหม่ เพิ่มข้อความ “ โทษตามคำพิพากษาของศาลหรือตามที่กฎหมายบัญญัติ....” แสดงว่าโทษอะไรก็ได้ นอกจากนี้มาตรา33 ซึ่งระบุเกี่ยวกับ การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากการยินยอมของผู้ครอบครอง จะกระทำมิได้ โดย เพิ่มข้อความ “ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ” ในขณะที่ของเดิมให้อำนาจศาลเท่านั้น ของใหม่ให้อำนาจ คำสั่ง (ของผู้มีอำนาจใครก็ได้) ,หมายศาล และคำสั่งตามกฎหมายอื่น เมื่อบวกกับ พรบ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งให้อำนาจ อำนาจจับกุม คุมขัง สอบสวนกับทหารไว้ ประชาชนก็ไม่มีหลักประกันใดๆเลย

ส่วนที่11 เสรีภาพในการชุมนุมและสมาคม
3) มาตราที่64 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุม นั้น ได้เพิ่มวรรคสอง “ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป” ต่อไปนี้ใครได้อำนาจรัฐ จัดม็อบชนม็อบได้เลย ถูกกฎหมาย ใช้งบหลวงดำเนินการ ประชาชนที่รวมกลุ่มมาเรียกร้องจะถูกต่อต้านด้วยอำนาจรัฐทุกรูปแบบ กฎระเบียบวินัยข้าราชการ ต้องยกเลิก เพราะขัด รธน.มาตรานี้ ม็อบข้าราชการจะยิ่งใหญ่ เพราะได้เงินเดือน สั่งได้ ใช้ของหลวงมาดำเนินการได้

ส่วนที่13 สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
4) มาตรา 68 บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตาม รธน.นี้ ล้มล้างการปกครองมิได้ แต่เพิ่ม วรรคสี่ กรณีถูกศาลรธน.พิพากษาให้ยุบพรรค โดยให้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองแก่ หัวหน้า และกรรมการบริหารพรรค การเมืองนั้นห้าปี เป็นบทลงโทษเดียวกับการลงโทษย้อนหลังใน คำสั่ง คปค. ซึ่งตุลาการรธน. ใช้ในการลงโทษยุบพรรคไทยรักไทย และยังระบุไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา300 ว่า ให้ ตุลาการ รธน.ที่แต่งตั้งโดยคณะผู้ยึดอำนาจนั้น ทำหน้าที่ตุลาการศาล รธน.ต่อไป อย่างถูกต้อง คือฟอกตัวให้ตุลาการ รธน. และ ออกใบรับรองคำพิพากษาของเดิม ในคราวเดียวกัน
หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ส่วนที่3 แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

5) มาตรา 78 เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ข้อย่อยที่1 ระบุตอนหนึ่งว่า “ ....โดยต้องส่งเสริมการดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง...”
ส่วนที่7 แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ

6) มาตรา 83 “รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการดำเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ทั้งสองมาตรา จะก่อให้เกิดปัญหาการตีความไม่สิ้นสุด โครงการโน้นขัดแนวเศรษฐกิจพอเพียง โครงการนี้ขัดแนวเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลต่อไปไม่ต้องทำงานพอดี เพราะมัวต้องชี้แจงว่าขัดไม่ขัด ยกตัวอย่าง รถไฟฟ้าใต้ดิน คุณว่าขัดหรือไม่ขัดแนวเศรษฐกิจพอเพียง ?????
rangsonaon wrote on Aug 8, '07
หมวด6 รัฐสภา
7) มาตรา 94 ให้เลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ คือแต่ละเขตมีสิทธ์เลือกได้ตั้งแต่หนึ่งถึงสามคน และประชาชนก็มีสิทธิ์เลือกได้ตามจำนวนผู้สมัครแต่ละเขต โดยสรุปแต่ละเขตคือเลือกได้ไม่เท่ากัน ทำลายพื้นฐานประชาธิปไตย หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงลงอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ในข้อย่อย6 วรรคสอง ยังให้นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการสนับสนุนการซื้อเสียงและการควบคุมเสียง เพราะหัวคะแนนตรวจสอบได้ว่าซื้อไปกี่เสียง และได้คะแนนมากี่เสียง เป็นระบบที่ย้อนยุคถอยหลังไปอีกยี่สิบสามสิบปี

8) มาตรา 95 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กลับไปแบ่งตามพื้นที่กลุ่มจังหวัด โดยแบ่งเป็นแปดกลุ่มๆละ 10คน ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากสัดส่วนท้องถิ่นไม่ต่างจากการได้มาของผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ในขณะที่รัฐธรรมนูญเดิมสามารถใส่รายชื่อตามลำดับความสำคัญและความรู้ความสามารถของสมาชิกพรรค โดยทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้งเดียว อีกทั้งให้การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เป็นการสนับสนุนการซื้อเสียงและการควบคุมเสียง เช่นเดียวกับข้อข้างต้น

9) มาตรา 101 คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง(ทั้งแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ) กำหนดคุณสมบัติกีดกันพรรคใหม่ อย่างน่าเกลียด เช่น มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดนั้นไม่น้อยกว่า5ปี (เดิม 1 ปี) เคยศึกษาในสถานศึกษาในจังหวัดนั้น ไม่น้อยกว่า5ปี(เดิม 2 ปี) เคยรับราชการในจังหวัดนั้น ไม่น้อยกว่า5ปี (เดิม 2 ปี) ในบทเฉพาะกาล ลดให้เหลือ 1ปี 2 ปี 2 ปี ตามลำดับ เฉพาะสำหรับครั้งแรกที่มีการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่า พรรคการเมืองใหม่ จะสรรหาสมาชิกใหม่ได้ยากขึ้น แม้นบทเฉพาะกาลลดระยะเวลาลง แต่หากรัฐบาลใหม่จาก รธน.นี้ ล้มลงเร็วกว่ากำหนดไม่ว่าเหตุใดก็ตาม พรรคซึ่งก่อตั้งใหม่ ก็จะประสบปัญหาการสรรหาผู้สมัครเพื่อลงแข่งขันรับเลือกตั้ง ในขณะที่พรรคเก่าแก่ มีสมาชิกและสร้างฐานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ย่อมได้เปรียบ อีกทั้งการกำหนดคุณสมบัติบางอย่างโดยไม่ดูข้อเท็จจริงเช่น การที่เคยศึกษาในจังหวัดนั้นสูงถึง5ปี เพราะหากต้องการผู้มีวุฒิปริญญาตรี โดยส่วนใหญ่ก็จบการศึกษาไม่เกินสี่ปี หากต้องการ ปวส. ก็สองปี ปวช.ก็สามปี เท่านั้น แสดงว่าหากเราอยู่กรุงเทพ ไปเรียนที่เชียงใหม่ จบ ป.ตรี แล้วกลับมาทำงาน กรุงเทพ พออายุครบและญาติพี่น้องที่เชียงใหม่ก็สนับสนุนให้ลงสมัคร ก็ทำไม่ได้ ทั้งๆที่มีความรู้ และเคยอยู่ในพื้นที่กว่าสี่ปี หรือว่า รธน.ต้องการให้ทุกคนเรียนซ้ำชั้นอีกปีหรือไง

10) มาตรา 111 ถึง118 เป็นส่วนที่เลวร้ายกาจมากของ รธน.นี้ กล่าวคือ กำหนดให้ วุฒิสภามีสมาชิกได้ 150คน มาจากเลือกตั้งจังหวัดละ 1คน รวม76คน และแต่งตั้ง 74คน นี่เป็นการทำลายสิทธิพื้นฐาน 1สิทธิ์หนึ่งเสียงอย่างร้ายแรง เพราะกรุงเทพมีคนอาศัยอยู่6ล้านคน แต่มี สว.ได้คนเดียว ในขณะที่ระนอง มีผู้อาศัยอยู่2แสน ก็มีสว.ได้หนึ่งคนเช่นกัน นอกจากนี้ สว.ยังมาจากการแต่งตั้ง (ซึ่งก็แต่งตั้งจากพวกพ้อง)สูงถึง 74คน หากดึงสว.จากการเลือกตั้งมาอยู่ด้วยเพียง 1คน ก็จะมีเสียงเท่ากันแล้ว หากดึงมาได้ 2คน ก็ชนะโหวตได้ทันที นอกจากนี้ สว.ที่มาจาก รธน.ชุดนี้ ยังมีอำนาจล้นฟ้ากล่าวคือ 1. พิจารณากฎหมาย และพรบ.งบประมาณ 2. อภิปรายทั่วไปการทำงานของรัฐบาลได้ 3.แต่งตั้งองค์กรอิสระต่างๆ 4.ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5.ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเหตุผลข้างต้น หาก สว.กลุ่มที่มาจากการแต่งตั้งรวมตัวกันแล้วต้องการชี้นำสิ่งใด ก็ทำได้โดยดึง สว.มาเพิ่มอีก 2คน ก็ชนะโหวตได้ทันที เช่นหากต้องการล้มรัฐบาล โดยล้ม พรบ.งบประมาณ ก็สามารถทำได้โดยง่าย

• นอกจากนี้ สิ่งที่แฝงไว้คือและมีผลกระทบรุนแรงต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คือ มาตรา 270 โดยให้ประชาชนเพียง2หมื่น สามารถ เข้าชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีได้ และให้วุฒิสมาชิก เพียงสามในห้า หรือ เพียง90คน ลงมติและถอดถอนได้ทันที สรุปคือจะล้มรัฐบาลก็แค่หา สว.มาเพิ่มแค่ 16 คน
rangsonaon wrote on Aug 8, '07
• และการแต่งตั้งบุคคลไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่อไปนี้ ต้องให้วุฒิสภาเห็นชอบทั้งสิ้น องค์กรเหล่านี้ ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการเลือกตั้ง, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, องค์กรอัยการ, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ลองคิดดูว่า สว.ที่มาจากการแต่งตั้ง จะเลือกพรรคพวกตัวเองหรือไม่

• แต่ในกรณี สว. ต้องถูกถอดถอน ต้องส่งเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)พิจารณาก่อน ซึ่งคงไม่ลืมว่าใครคือผู้แต่งตั้ง ปปช. และต้องส่งกลับพิจารณาให้วุฒิสภาลงมติอีก เรียกว่า ชงเองกินเอง ทั้งสิ้น

สรุปง่ายๆ คือ วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง จะครองแผ่นดินเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

มาตราอื่นๆ
11) มาตรา 162 ให้สมาชิกรัฐสภา ตั้งกระทู้ถามได้ และให้นายกหรือรัฐมนตรีต้องมาตอบด้วยตัวเอง ยกเว้นมีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หากถามทุกวัน ต้องตอบทุกวัน ไม่ต้องทำงานกันพอดี

12) มาตรา 171วรรคสี่นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าแปดปีมิได้ ก็ไม่รู้จะกำหนดไปเพื่ออะไร สงสัยกลัวคนทำลายสถิติใครบางคน

13) มาตรา 196 วรรคสอง กำหนดบำนาญให้องคมนตรี เท่านั้น เหมือนเป็นการให้รางวัลแก่คนที่สนับสนุนรัฐประหาร

14) มาตรา 300 ให้ ตุลาการรัฐธรรมนูญ (ที่ คมช.แต่งตั้ง) เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทันทีที่รธน.ประกาศใช้

15) มาตรา 301 ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินทำหน้าที่แทน ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน สรุปคือ คุณหญิงจารุวรรณ ทำหมดทุกหน้าที่ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งใหม่

16) มาตรา 306 กำหนดให้ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม และอัยการ ดำรงตำแหน่งได้จนถึงอายุเจ็ดสิบปี ผู้พิพากษาและอัยการ ได้ประโยชน์เต็มๆ

17) มาตรา 309 คือสิ่งเลวร้ายที่สุด คือรับรองการกระทำทั้งก่อนหน้า และ หลัง 19 กันยายน 2549 ทุกกรณี ทุกวาระ หากผิดกฎหมาย ให้ถือว่าถูกกฎหมาย และเป็นตราบาปของชนชาวไทย ที่มีบทบัญญัตินิรโทษกรรมการรัฐประหาร การทำผิดกฎหมายและการโกงกินของคณะรัฐประหาร ไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ทั้งจะเป็นแบบอย่างให้ ทหารแย่งยึดอำนาจจากประชาชนไม่รู้จบ
นี่คือบาปกรรมที่เราจะส่งต่อให้ลูกหลานเราหากลงมติเห็นชอบร่าง รธน.ฉบับนี้

เมื่อท่านอ่านข้อเสียต่างๆ แล้ว คงสามารถใช้วิจารณญาณ ในการลงมติรับ หรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 นี้ได้เอง

แต่สำหรับผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยแล้ว ร่าง รธน.ฉบับนี้ ถือว่าเป็นกฎหมายที่เผด็จการที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ทีเดียว
getzmac wrote on Aug 8, '07
รับ........

คำเดียว....

เพราสาระสำคัญหลายๆ อย่างแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ

แต่ก็ปิดหลายๆ ช่องว่างของส่ิงเก่าๆ...

แค่นี้แหละครับ

ผมก็แค่ไม่อยากให้อะไรเก่าๆ มันยังมาเสนอหน้าอยู่บนแผ่นดินไทย

และทำลายชาติอยู่.. ก็เท่านั้น...



ปล... อยากเห็นประเทศไทยไปรอดครับ
rangsonaon wrote on Aug 8, '07
อย่าเอาความเกลียดชังอำนาจเก่า...มาเป็นตัวตัดสิน...

อย่าคิดว่า...เกลียดกลุ่มอำนาจเก่า...แล้วต้องรับ รธน...

เป็นความคิดที่ผิดถนัด....

เพราะนั้นก็หมายถึง...คุณตกเป็นเหยื่อ และเปิดช่องโหว่...ให้มีการสืบทอดอำนาจของทหารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด...


ปล. อย่าลืมนะครับ อำนาจบริหารที่มาจากประชาชนเลือกสรร...ต้องเป็นอำนาจที่แข็งแกร่ง และยั่งยืน...นั่นเค้าถึงจะเรียกว่า..."ตามครรลองประชาธิปไตย"

sexyban wrote on Aug 9, '07
แสดงความคิดเห็นในบล็อคนี้ "จะโดนจับหรือป่าวน่ะ"

อ่านถึงข้อ 30 กว่าๆ อ่านะ ยังอ่านไม่จบ เดี๋ยววันหยุด 3 วัน จะกลับไปอ่าน แล้วมาตอบให้นะจ๊ะ
ใจร้อนจริงๆ

แต่ว่าไม่เห็นมีข้อไหนพูดถึงเรื่อง "เหยียดสีผิว" เลยนะ
sexyban wrote on Aug 9, '07
อ่านะ..การที่เค้าแก้ร่างรัฐธรรมนูญบางข้อให้เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง เค้าอาจจะมีเหตุผลบางอย่าง
ซึ่งอาจใช่หรือไม่ใช่ตามที่เจ้าของกระทู้คิดก็ได้นะ

อย่าไปซีเรียสมากเลย เพราะถ้าเค้าคิดจะใช้ร่างใหม่จริงๆ การที่ให้ประชาชนโหวตนั้น
คุณเชื่อหรือว่า "เค้าจะไม่โกง" ถ้าการโกง การโกหกทำให้บางอย่างคงสภาพเดิม และไม่ได้ทำให้ส่วนรวมเดือดร้อน

พวกนั้นก็คงทำ โดยไม่ได้สนใจเสียงประชาชน
eumhing wrote on Aug 10, '07
ดังจริงๆ กับรัฐธรรมนูญนี้
rescued wrote on Aug 15, '07
บัตรหมดอายุฟ่ะ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help